ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Choose your location
Select the location and the language that you prefer
main content, press tab to continue

โซลูชัน

การเปลี่ยนแปลงการทำงาน

ค้นพบอนาคตของการทำงาน และเรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงการทำงานสามารถช่วยให้องค์กรของคุณปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

อนาคตของการทำงานมาถึงแล้ว

วิธีการทำงานของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานเอง ล้วนส่งผลกระทบต่อวิธีการดำเนินงานขององค์กร แต่อนาคตของการทำงานได้มาถึงแล้ว

ด้วยเหตุนี้ มิติสำคัญของการทำงาน ได้แก่ อะไร (what), ใคร (who), เมื่อไร (when) และที่ไหน (where) จึงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากต้องการก้าวนำและไม่ตกกระแส องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานตั้งแต่ตอนนี้ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงการทำงาน (Work Transformation) คืออะไร?

การเปลี่ยนแปลงการทำงานคือกระบวนการของการ:

  • ประเมินและออกแบบงานใหม่
  • เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างองค์กร
  • ถึงความสามารถที่จำเป็นต่อความสำเร็จในโลกของการทำงานรูปแบบใหม่

การเปลี่ยนแปลงการทำงานจะช่วยให้องค์กรกำหนด อะไร ใคร เมื่อไร และที่ไหน ในการทำงาน เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุใดการเปลี่ยนแปลงการทำงานจึงมีความสำคัญ

ณวันนี้ องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและคอยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างรวดเร็วเพื่อก้าวนำคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงการทำงาน (Work Transformation) จะช่วยให้องค์กรสามารถทำเช่นนั้นได้ โดยรองรับการปรับทิศทางทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และพลวัตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

35%ของงานทั้งหมดจะถูกดำเนินการโดยระบบอัตโนมัติภายใน สามปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ สองเท่า เมื่อเทียบกับเมื่อสามปีก่อน

Source: 2023 Global Dynamics of Work Survey

การลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการทำงาน ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น องค์กรจำเป็นต้องปรับกระบวนการดำเนินงานให้คล่องตัวและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเปลี่ยนแปลงการทำงานช่วยให้องค์กรสามารถระบุจุดที่ขาดประสิทธิภาพและลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน เพื่อสร้างโครงสร้างการทำงานที่กระชับและคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนงานรูทีนให้มันเป็นอัตโนมัติและการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน องค์กรสามารถลดต้นทุนได้พร้อมกับยกระดับผลิตภาพและผลการดำเนินงานโดยรวม

รูปแบบการทำงาน

รูปแบบการทำงานมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจว่าองค์กรสร้างคุณค่าและให้บริการอย่างไร โดยเป็นกระบวนการวิเคราะห์ว่ากิจกรรมต่างๆ ถูกจัดกลุ่มและส่งมอบอย่างไร พร้อมคำนึงถึงพลวัตของสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป และความต้องการของตลาดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบการทำงานกำหนดว่า “งานเกิดขึ้นได้อย่างไร” ภายในองค์กร รูปแบบการทำงานที่เลือกใช้ — ไม่ว่าจะเป็น Operating Model, Value Chain หรือกระบวนการดำเนินงาน (Operational Processes) — ล้วนส่งผลกระทบต่อองค์กรในวงกว้าง ทั้งในด้านผลิตภาพ ประสิทธิภาพ และความผูกพันของพนักงาน รวมถึงความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่าง ๆ รูปแบบการทำงานที่เหมาะสมสามารถส่งเสริมนวัตกรรม ลดคอขวดและความซ้ำซ้อนของการทำงาน สนับสนุนผลิตภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นและความยั่งยืนขององค์กร ในทางกลับกัน รูปแบบการทำงานที่ล้าสมัยหรือไม่มีประสิทธิภาพอาจฉุดรั้งผลการดำเนินงาน และก่อให้เกิดการทำงานแบบแยกส่วนและความซ้ำซ้อน

ท้ายที่สุด เป้าหมายของรูปแบบการทำงานในบริบทของการเปลี่ยนแปลงการทำงาน คือการยกระดับการดำเนินงานและการให้บริการขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น

Ultimately, the purpose of work models in work transformation is to enhance a company’s operations and services.

การออกแบบองค์กร

การออกแบบองค์กรคือกระบวนการในการสร้างโครงสร้างที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของพนักงาน การจัดตั้งทีมและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการกำหนดสายการสื่อสารและอำนาจในการตัดสินใจ เป้าหมายคือการทำความเข้าใจรูปแบบการจัดการงาน ประเมินวิธีการจัดกลุ่มงานที่เหมาะสมที่สุด และกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งงานและหน่วยงานให้ชัดเจน

การวางแผนกำลังคน

การวางแผนกำลังคนเป็นกระบวนการต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรมีบุคลากรและขีดความสามารถที่เหมาะสม รวมถึงเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการในการดำเนินงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต กระบวนการนี้มักเกี่ยวข้องกับการออกแบบบทบาทและความรับผิดชอบใหม่ การจัดสรรทรัพยากรใหม่ และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


52%ของนายจ้างคาดว่าจะเห็นโอกาสในการสร้างคุณค่าจากแหล่งบุคลากรรูปแบบใหม่

Source: 2023 Global Dynamics of Work Survey

ในการวางแผนกำลังคน เราช่วยคุณพิจารณาว่าควรเลือกใช้การจ้างเหมาภายนอก (Outsource) การทำงานอัตโนมัติ (Automation) หรือแรงงานแบบกิ๊ก (Gig Workers) นอกจากนี้ เรายังช่วยคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานของกำลังคนในอนาคต ระบุช่องว่างด้านบุคลากร รวมถึงความต้องการด้านเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ และพัฒนากลยุทธ์เพื่อรับมือกับความต้องการเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ

การเปลี่ยนแปลงการทำงานช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร

การละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงการทำงานอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่สำคัญ ทั้งในด้านบุคลากร ธุรกิจ และการดำเนินงานขององค์กร

ความเสี่ยงด้านบุคลากร

พลวัตของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้องค์กรจำเป็นต้องขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงการทำงานอย่างต่อเนื่อง แรงงานยุคใหม่มีลักษณะเด่นคือความคาดหวังที่เปลี่ยนไป ทักษะใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น และเป้าหมายทางอาชีพที่พัฒนาอยู่เสมอ องค์กรจึงต้องปรับรูปแบบการทำงานเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ โดยการนำเสนอรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น โอกาสในการพัฒนาทักษะและความก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุม หากไม่สามารถตอบสนองความต้องการของบุคลากรได้ อาจนำไปสู่ผลกระทบดังต่อไปนี้:

  • ความยากลำบากในการสรรหาและรักษาบุคลากรที่มีทักษะตรงความต้องการ ส่งผลต่อคุณภาพและความเชี่ยวชาญของกำลังคน
  • ระดับความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานลดลง เนื่องจากรู้สึกห่างเหินและขาดแรงจูงใจในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เปลี่ยนแปลง
  • อุปสรรคต่อการเติบโตและการพัฒนาขององค์กร

ความเสี่ยงทางธุรกิจ

จากมุมมองทางธุรกิจ ผลกระทบของการละเลยการเปลี่ยนแปลงการทำงานมีความรุนแรงไม่แพ้กัน การไม่ปรับตัวจะลดทอนนวัตกรรม ความยั่งยืน และความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ธุรกิจตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงได้ยากยิ่งขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวมักนำไปสู่การลดลงของผลิตภาพ อันเกิดจากความซ้ำซ้อนและคอขวดของกระบวนการทำงาน ซึ่งท้ายที่สุดส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร อีกทั้งความไร้ประสิทธิภาพและความสูญเปล่ายังเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน

สุดท้าย การมองข้ามการเปลี่ยนแปลงการทำงานจะทำให้องค์กรเผชิญกับความเสี่ยงด้านการดำเนินงานหลากหลายประการ ได้แก่:

  • ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  • ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance)
  • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานโดยรวม

นอกจากนี้ หากองค์กรไม่มีการผสมผสานที่เหมาะสมระหว่างกระบวนการทำงานอัตโนมัติและกระบวนการที่ใช้แรงงานมนุษย์ การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในช่วงวิกฤตอาจเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง และอาจส่งผลให้การปฏิบัติตามพันธสัญญาหรือข้อผูกพันต่าง ๆ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้ยาก

เทคโนโลยีพลิกโฉม

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีพลิกโฉม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการทำงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และการแพร่หลายของอุปกรณ์อัจฉริยะ กำลังปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิม พร้อมเปิดโอกาสใหม่ด้านประสิทธิภาพและนวัตกรรม เพื่อใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ องค์กรจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่ ตั้งแต่การออกแบบ การดำเนินงาน ไปจนถึงการวัดผล พร้อมทั้งยกระดับทักษะของบุคลากร นำวิธีการทำงานแบบคล่องตัวมาใช้ และสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

ถึงเวลาลงมือกับการเปลี่ยนแปลงการทำงานแล้ว

แม้หลายองค์กรจะยังพูดถึง “อนาคตของการทำงาน” แต่สำหรับเรา อนาคตนั้นได้มาถึงแล้วในวันนี้ เราพร้อมสนับสนุนและช่วยให้องค์กรของคุณตอบโจทย์ความต้องการด้านกำลังคนและการทำงานได้ตั้งแต่ตอนนี้

Contact us